เกี่ยวกับ
มูลนิธิบ้านพระพร

1 ประวัติความเป็นมา

ปี พ.ศ. 2512 โดยศาสนาจารย์แจ๊ค แอล มาติน

ซึ่งเป็นมิชชันนารีชาวอเมริกัน ที่ได้เข้ามาประเทศไทย

ดำเนินกิจกรรมการสอนคริสตจริยธรรมแก่คนไทย

และในปีดังกล่าว ท่านได้เริ่มงานการสอนภาษาอังกฤษ

ให้แก่ผู้ต้องขังในเรือนจำ โดยความร่วมมือกับกรมราชทัณฑ์

ภายหลังการสอนภาษาอังกฤษภายในเรือนจำ

ได้มีผู้ต้องขังจำนวนมาก ไม่เพียงแต่สนใจภาษาอังกฤษ

คนเหล่านี้ยังให้ความสนใจในคำสอนจริยธรรม

เพื่อการมีชีวิตที่ดีขึ้น ต่อมามีกลุ่มผู้ต้องขังจำนวนมาก

หันมาสนใจเรียนรู้เพื่อการพัฒนาชีวิตโดยอาจารย์แจ๊ค มาติน

ได้เชิญอาจารย์หลายท่านเข้าไปช่วยสอนให้ความรู้แก่กลุ่มผู้ต้องขัง

ต่อมาในปี พ.ศ. 2524 อาจารย์สุนทร สุนทรธาราวงศ์

ได้เข้ามาร่วมทีมงานกับ ศาสนาจารย์แจ๊ค มาติน โดยอาจารย์สุนทร

ได้เข้ามาจัดระบบการอบรมพัฒนาชีวิตผู้ต้องขัง

เพื่อมุ่งพัฒนาผู้ต้องขังในเวลานั้น

ให้มีการพัฒนาชีวิตในคุณธรรมของพระเจ้า

ให้การสนับสนุนการศึกษา และส่งเสริมการฝึกวิชาชีพ ฯลฯ

ในนามของพันธกิจเรือนจำคริสเตียนในประเทศไทย
การดำเนินงานการอบรมพัฒนาชีวิตผู้ต้องขัง

ได้เจริญก้าวหน้า ประกอบกับทางกรมราชทัณฑ์

ได้เห็นถึงการทำงานที่ทีมงานมีความตั้งใจ

ช่วยเหลือผู้ต้องขังจริงจังจึงได้มีการทำงานร่วมกัน

โดยกรมราชทัณฑ์ได้ให้ความร่วมมือสนับสนุน

ให้ทีมงานได้ขยายการทำงาน

ไปทั่วทุกภาคของประเทศไทย

2 ยุคบุกเบิก สู่การเป็นมูลนิธิบ้านพระพร

จากการทำงานที่ผ่านมากว่า 20 ปี พันธกิจเรือนจำคริสเตียน

สามารถทำงานให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ต้องขังตรงตามเป้าหมาย

เราได้ให้การอบรมพัฒนาชีวิตแก่ผู้ต้องขังและเห็นถึงการ

เปลี่ยนแปลงของแต่ละคนที่มีชีวิตดีขึ้น

ได้เห็นหลายคนเข้ามาสู่การรับการส่งเสริมการศึกษา

และการเรียนรู้การฝึกวิชาชีพตามความเหมาะสม

ในช่วง พ.ศ 2546 ทีมงานพันธกิจเรือนจำ ได้รับการติดต่อ

จากผู้พ้นโทษจำนวนมาก เพื่อขอความช่วยเหลือในด้าน

ที่พักอาศัยด้านอาชีพและการลงทุน และในช่วงดังกล่าว

สถิติของผู้พ้นโทษที่กระทำผิดซ้ำและกลับเข้าไปยังเรือนจำก็มีจำนวนสูงมาก

คณะกรรมการและทีมงาน จึงได้พิจารณาและมีความเห็นว่า

เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพและเป็นการช่วยเหลือนักโทษ

และผู้พ้นโทษให้ได้ผลจริงๆ ดังนั้น ในวันที่ 3 ตุลาคม 2546

จึงได้มีการเปิดบ้านกึ่งวิถีบ้านพระพรขึ้น ณ อาคารแถวสุทธิสาร

ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา มาเป็นประธานเปิดอาคาร ในปี พ.ศ. 2548

คณะกรรมการได้จดทะเบียนเป็นมูลนิธิขึ้น ชื่อว่า มูลนิธิพันธกิจเรือนจำคริสเตียน

และต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงชื่อมูลนิธิมาเป็น มูลนิธิบ้านพระพร

และมูลนิธิยังคงมุ่งดำเนินงานการช่วยเหลือทั้งผู้ต้องขังในเรือนจำ

เยาวชนในสถานพินิจ รวมถึงการช่วยเหลือผู้พ้นโทษให้กลับสู่สังคม

ในปี พ.ศ. 2556 มูลนิธิได้สร้างอาคารบ้านพระพรแม่และเด็ก

และได้มีพิธีเปิดอาคารบ้านพระพรแม่และเด็ก

โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ

ทรงเสด็จมาเปิดอาคารดังกล่าว ซึ่งเป็นอาคารที่ให้ความช่วยเหลือแก่เด็กติดผู้ต้องขัง

ซึ่งมูลนิธิได้อุปการะเด็กติดผู้ต้องขังที่มาจากทัณฑสถานหญิงกลาง

ในโครงการกำลังใจ ในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา
ปัจจุบัน ปี พ.ศ. 2564 มูลนิธิบ้านพระพร

ได้เติบใหญ่ขึ้น มีสำนักงานอยู่ ณ บ้านเลขที่ 600/199 ชุมชนบึงพระรามเก้า

ถนนริมคลองลาดพร้าว แขวางบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพ 10310

และยังคงมุ่งขยายการทำงานเพื่อช่วยผู้ด้อยโอกาสมากมาย

โดยการส่งทีมงานเข้าจัดกิจกรรมอบรมผู้ต้องขังในเรือนจำ

และส่งหนังสือ บทเรียนและให้การปรึกษาช่วยเหลือนักโทษร่วม 200 เรือนจำทั่วประเทศ

ดำเนินงานบ้านกึ่งวิถีบ้านพระพร ช่วยเหลือผู้พ้นโทษ โดยจัดโครงการสร้างอาชีพมากมาย

พร้อมการจัดหางาน สนับสนุนทุนประกอบอาชีพ

มูลนิธิยังได้ให้ความช่วยเหลือแก่เยาวชนจากสถานพินิจ โดยการจัดทีมเข้าอบรม

รับตัวหลังปล่อยเพื่อให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องทั้งที่พักอาศัยและการศึกษา

นอกจากนี้ มูลนิธิยังได้ดำเนินงานด้านการให้ความช่วยเหลือและอุปการะเด็กๆ

ลูกนักโทษลูกผู้พ้นโทษ รวมถึงเด็กที่เกิดจากแม่ในเรือนจำต่างๆอีกด้วย

ภาระกิจที่มูลนิธิบ้านพระพรดำเนินการอยู่ มุ่งพัฒนาชีวิต และสร้างชีวิตทุกคน

ให้สามารถเติบโตอย่างมีคุณภาพ และสามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคง

และพร้อมที่จะช่วยผู้อื่นได้ต่อไป

3 เจตจำนง/ความตั้งใจของมูลนิธิ

มูลนิธิบ้านพระพร เป็นองค์กรคริสเตียน ที่มีเจตจำนงในการดำเนินงานให้
สอดคล้องตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์ ในด้านคุณธรรมและความรัก
โดยการช่วยเหลือผู้ต้องขัง ผู้พ้นโทษ เยาวชนและเด็กๆทุกคน
เพื่อให้เข้าถึงชีวิตแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น มีคุณธรรม มีความรัก รู้จักการ
แบ่งปัน อันเป็นชีวิตที่พระเยซูคริสต์มุ่งหวังคือ ชีวิตที่ครบบริบูรณ์

มูลนิธิบ้านพระพร มุ่งมั่นดำเนินพันธกิจด้วยแนวทางที่ผสมผสาน
และครบบริบูรณ์